สารต้านอนุมูลอิสระ


  สารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร

               ในทางเคมี สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) คือ สารประกอบที่สามารถป้องกันหรือชะลอกระบวนการเกิดออกซิเดชั่น กระบวนการออกซิเดชั่นมีได้หลายรูปแบบ เช่น กระบวนการออกซิเดชั่นที่ทำให้เหล็กกลายเป็นสนิม ทำให้แอปเปิ้ลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือทำให้น้ำมันพืชเหม็นหืน หรือกระบวนการออกซิเดชั่นที่เกิดในร่างกาย เช่น การย่อยสลายโปรตีนและไขมันจากอาหารที่กินเข้าไป มลพิษทางอากาศ การหายใจ ควันบุหรี่ รังสียูวี ล้วยทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายของเราซึ่งสร้างความเสียหายต่อร่างกายได้ ในความเป็นจริงไม่มีสารประกอบสารใดสารหนึ่งสามารถป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นได้ทั้งหมด แต่ละกลไกอาจต้องใช้สารต้านอนุมูลอิสระที่แตกต่างกันในการหยุดกระบวนการออกซิเดชั่น ในอีกทางหนึ่ง กระบวนการออกซิเดชั่นเป็นกระบวนการที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น เราใช้ออกซิเจนจากอากาศที่หายใจเข้าไปไปเผาผลาญอาหารที่ร่างกายได้รับให้เป็นพลังงานสำหรับการทำงานของเซลล์ต่างๆ แต่ก็ทำให้เกิดอนุมูลอิสระเป็นผลพลอยได้ อนุมูลอิสระต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะทำปฏิกิริยากับโมเลกุลที่สำคัญในร่างกาย เช่น ไขมัน โปรตีน ดีเอ็นเอ ทำให้เกิดความเสียหายต่อโมเลกุลดังกล่าว ตัวอย่างเช่น เมื่ออนุมูลอิสระทำปฏิกิริยากับแอลดีแอล (LDL : low - density lipoprotein) ซึ่งเป็นโคเลสเตอรอลตัวเลว ทำให้เกิดออกซิไดซ์แอลดีแอล (oxidized LDL) ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่า ออกซิไดซ์แอลดีแอล เป็นสาเหตุุของการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดและเป็นสาเหตุุทำให้เกิดโรคหัวใจ

              อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายเนื่องจากมีมูลเหตุจากออกซิเจน จึงมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า reactive oxygen species (ROS) อนุมูลอิสระที่สำคัญ ได้แก่ 

              - ซูเปอร์ออกไซด์ แอนไอออน (superoxide anion) O2-๐ 

              - ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (hydrogen peroxide); H2 O2 

              - ไฮดรอกซิลแรดดิเคิล (hydroxyl radical); ๐OH 

  บทบาทของสารต้านอนุมูลอิสระ

             ทำไมการที่สารต้านอนุมูลอิสระสามารถป้องกันหรือกำจัดอนุมูลอิสระได้จึงมีความสำคัย มีงานวิจัยมากมายบ่งชี้ว่า สารต้านอนุมูลอิสระสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคโดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับอาหาร เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคสมอง (เช่น อัลไซเมอร์) เป็นต้น รวมทั้งช่วยชะลอกระบวนการบางขั้นตอนที่ทำให้เกิดความแก่ โดยปกติร่างกายสามารถกำจัดอนุมูลอิสระก่อนที่มันจะทำอันตราย แต่ถ้ามีการสร้างอนุมูลอิสระเร็ว หรือมากเกินกว่าร่างกายจะกำจัดทันอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น จะสร้างความเสียหายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สารต้านอนุมูลอิสระลดความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระได้ ๒ ทาง คือ 

             1. ลดการสร้างอนุมูลอิสระในร่างกาย 

             2. ลดอันตรายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ 

  แหล่งอาหารที่สำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระ 

              วิตามินซี   -   ฝรั่ง ส้ม มะขามป้อม มะละกอสุก พริกชี้ฟ้าเขียว บร็อกโคลี ผักคะน้า ยอดสะเดา ใบปอ ผักหวาน ผักกาดเขียว

              วิตามินอี   -   น้ำมันจากจมูกข้าวสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย เมล็ดทานตะวัน เมล็ดอัลมอนด์ จมูกข้าวสาลี

              ซีลีเนียม   -   อาหารทะเล* ปลาทูน่า เนื้อสัตว์และตับ บะหมี่ ไก่ ปลา ขนมปังโฮลวีต

              วิตามินเอ   -   ตับหมู ตับไก่ ไข่โดยเฉพาะไข่แดง* น้ำนม พืชผักที่มีสีเขียวเข้ม ผลไม้ที่มีมสีเหลืองส้ม เช่น ผักตำลึง ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง ฟักทอง มะม่วงสุก มะละกอสุก มะเขือเทศ

             แคโรทีนอยด์ (บีตาแคโรทีน ลูทีน และไลโคฟีน)   -   ผักที่มีสีเขียวเข้ม ผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม เช่น ผักตำลึง ผักกว้างตุ้ง ผักบุ้ง ฟักทอง มะม่วงสุก มะละกอสุก มะเขือเทศ

   * อาหารทะเล ไข่แดง และเครื่องในสัตว์เป็นอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง ไม่ควรกินเป็นประจำสำหรับผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง 

              แม้ว่าสารต้านอนุมูลอิสระไม่สามารถแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สามารถชะลอให้ความเสียหายเกิดช้าลงได้ โดยเฉพาะโรคเรื้อรังซึ่งเป็นผลลัพธ์สะสมที่เกิดจากเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายถูกทำอันตรายและเสียหายเป็นปีๆ (โดยมากเป็นเวลาหลายสิบปี) เห็นได้จากการรวบรวมความชุกของโรคว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นมากในผู้ใหญ่วัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ

              ดังนั้น บุคคลทุกเพศทุกวัยจึงควรได้รับสารต้านอนุมูลอิสระให้พอเพียงต่อความต้องการในแต่ละวัน เพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกายระหว่างสารต้านอนุมูลอิสระและอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น


  การล้างสารพิษคืออะไร

              - การล้างพิษที่สะสมอยู่ในร่างกาย สารพิษนี้อาจเกิดจากฝุ่นควัน, สารเคมี, มลภาวะทางอากาศ, แสงแดด, ความเครียด, อาหารและสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ การล้างพิษเป็นวิธีการทำความสะอาดร่างกายที่ทุกๆ คนควรดูแล เช่นเดียวกับการอาบน้ำและแปรงฟัน

               - การล้างพิษมีอยู่หลายวิธี ซึ่งมีทั้งยากและง่ายต่างกันไป บางวิธีต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชียวชาญเท่านั้น ซึ่งวิธีการล้างพิษที่ง่ายที่สุดคือ การทานอาหารในการล้างพิษในระบบทางเดินอาหารของเรา ตั้งแต่หลอดอาหาร, กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่จนถึงทวารหนัก มีความยาวประมาณ 6 เท่าของตัวเรา โดยเฉพาะลำไส้ของเรามีความยาวประมาณ 1.6 เมตร และลำไส้ของเราจะมีรอยพับหรือที่เรียกว่า VILLOUS มากมายซึ่งจะเป็นที่สะสมของสารพิษ

              แหล่ง ที่มาของสารพิษที่ตกค้างในลำไส้ เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ได้สัดส่วน ทานเนื้อสัตว์ ไขมัน แป้ง มากเกินไป เมื่อกากอาหารเหล่านี้ผ่านไปตามลำไส้ จะเกาะติดกับผนังลำไส้และตกค้างหนาขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าตะกอน (CHRONIC DUNK) ทำให้รอยพับในลำไส้แคบลง และขวางการดูดซึมสารอาหารที่ดีๆ

 

              กาก อาหารที่ตกตะกอนอยู่บริเวณรอบพับของลำไส้นี้ จะเกิดการบูดเน่ากลายเป็นสารพิษ และเมื่อลำไส้ดูดซึมเอาสารอาหารที่เป็นพิษเข้าสู่ร่างกาย ก็จะเกิดการเจ็บป่วยตามมา

 

               สาร พิษที่เกิดจากเศษอาหารที่ตกค้างในลำไส้ ได้แก่ แอมโมเนียซัลเฟอร์ออกไซด์, อีสตามีน ซึ่งก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้, ไนโตรซามีน ฟีนอล อินโดลกรุ๊ป ทำให้เกิดมะเร็ง, แบคทีเรีย ที่ให้โทษ ทำให้เกิดท้องร่วงและท้องผูก

                - 70% ของมนุษย์ ที่มีระบบย่อยและการดูดซึมอาหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ สังเกตได้จากอุจจาระ หากมีระบบการย่อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มวลอุจจาระจะเป็นสีเหลืองทอง นุ่นและยุ่ย ลอยน้ำได้ และมีมวลมาก หากระบบไม่ดีอุจจาระอาจมีสีคล้ำ เป็นก้อนแข็งเหนียว จมน้ำ บางรายอาจมีเศษอาหารออกมาด้วย โดยอาหารจะไม่ถูกย่อยและดูดซึมแต่อย่างใด ดังนั้นเราจึงต้องล้างลำไส้ เพื่อขจัดสารพิษที่ตกค้างออกไป


  ประเภทของเส้นใยอาหาร

               -  ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ เป็นเส้นใยอาหารที่ช่วยในระบบการย่อยอาหาร และช่วยดูดซึมสารตกค้างที่ร่างกายไม่สามารถขับออก เพื่อนำเอาสารเหล่านั้นออกจากร่างกาย ด้วยการขับถ่ายและช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายดูดซึมสารพิษเข้าสู่ร่างกาย และยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

               -  ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ เป็นใยอาหารที่ทำหน้าที่กำจัดเศษอาหารที่ตกค้างในลำไส้ ซึ่งใยอาหารเหล่านี้ นอกจากจะช่วยกวาดเศษอาหารแล้วยังช่วยให้มวลอุจจาระไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง

 

  การดีท็อกซ์ลำไส้คืออะไร

                -  คือกระบวนการทำความสะอาดและขจัดสิ่งสกปรกของเสีย กากอาหารรวมทั้งสารพิษที่ตกค้างในลำไส้ให้หมดไป การล้างลำไส้จึงเป็นแนวทางในการล้างสารพิษออกจากร่างกาย


             คุณ เคยสังเกตก้นกระทะและรอบ ๆ เตาแก๊ส หรือท่อน้ำทิ้งที่ล้างจาน จะมีคราบเหนียวของน้ำมันเกาะอยู่ นั่นคือไขมันที่ผสมอยู่ในอาหารที่เราทำหรือคราบน้ำมันที่ติดอยู่ที่จานที่ เรานำไปล้าง แล้วถ้าเรากินอาหารที่มีน้ำมันเข้าไปในร่างกายโดนอุณหภูมิร่างกาย 37 องศาตลอดเวลา น้ำมันจะเหนียวเป็นกาวยึดเกาะที่ผนังลำไส้ เป็นเวลานานเข้าก็จะหนาตัวขึ้น(เหมือนท่อน้ำทิ้งที่ล้างจาน) ไปขวางระบบดูดซึม  ระบบดูดซึมของร่างกายก็จะเสีย ถ้าเป็นก้นกระทะและรอบ ๆ เตาแก๊ส หรือท่อน้ำทิ้งที่ล้างจาน เราสามารถล้างออกได้แต่ก็ยากมาก แต่ถ้าเป็นในลำไส้ของเราแล้วเราจะส่งอะไรเข้าไปล้างมันได้ 


ทำไมต้องล้างสารพิษออกจากร่างกาย

              - เพราะรูปแบบการใช้ชิวิตประจำวันของเรานั้นต้องสัมผัสกับฝุ่นควัน, สารเคมี, มลภาวะทางอากาศ, แสงแดด, ความเครียด รวมถึงอาหารที่ไม่สะอาด เข้าสู่ร่างกายในทุกๆ วัน ดังนั้นการล้างพิษ (DETOX) จึงเป็นการกำจัดสิ่งสกปรกในร่างกายเหล่านี้ออกจากร่างกาย
              - ระบบทางเดินอาหารของเรา ตั้งแต่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ จนถึงทวารหนัก มีความยาวถึง 6 เท่าของความสูงของเรา โดยลำไส้อย่างเดียวมีความยาวมากถึง 1.6 เมตร บริเวณเหล่านี้คือบริเวณที่มีการสะสมของเสียรวมถึงสารพิษในร่างกายเอาไว้ ซึ่งแหล่งที่มาของสารพิษเหล่านี้มาจากการรับประทานอาหารที่ไม่ได้สัดส่วน เช่นการรับประทานแป้ง ไขมัน เนื้อสัตว์มากเกินไป เมื่อกากอาหารเหล่านี้ผ่านลำไส้จึงเกิดการเกาะติดกัลผนังลำไส้และหนาขึ้น เรื่อยๆ ทำให้รอยพับในผนังลำไส้แคบลง และเข้าไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารดีๆ "กากอาหารเหล่านี้จะอยู่บริเวณรอยพับชองลำไส้ หากไม่มีการกำจัดออกหรือ DETOX จะเกิดการเน่า ลำไส้จะดูดสิ่งเหล่านี้กลับเข้าสู่่ร่างกาย ซึ่งจะมีทั้ง แอมโมเนีย , ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, อีสตามีน ซึ่งก่อให้เกิดภูมิแพ้ ไนโตรซามีน ฟีนอล อินโดลกรุ๊ป ทำให้เกิดมะเร็งได้"
              - จากการสำรวจพบว่า 70% ของมนุษย์มีระบบการย่อยและการดูดซึมที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยสังเกตได้จากก้อนอุจจาระ หากมีระบบการที่ดี มวลอุจจาระจะมีสีเหลืองทอง นุ่มและยุ่ย ลอยน้ำได้ หากระบบการย่อยไม่ดี มวลอุจจาระจะมีสีคล้ำ เป็นก้อนแข็ง จมน้ำ

             ดังนั้นแล้วการล้างสารพิษ (DETOX) จะช่วยให้ร่างกายสามารถขับล้างสารพิษออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นไปอย่างปกติ ลำไส้สามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่ ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี และสามารถลดน้ำหนักได้อีกด้วย ดังนั้นเราควรรับประทานไฟเบอร์รี่ (Fiberry) เพื่อความสะอาดของลำไส้เรา ตั้งแต่วันนี้


***วันนี้คุณคิดว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องล้างสารพิษออกจากร่างกายของคุณเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง??? ***